คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมโรงงานบางแห่งถึงมีปัญหาหัวเผาตันบ่อย หรือเครื่องจักรสึกหรอเร็วกว่าปกติ ทั้งที่ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่คิดว่าคุ้มค่าแล้ว คำตอบส่วนใหญ่ที่ผมมักจะพบจากประสบการณ์คือ การละเลยเอกสารแผ่นเล็กๆ ที่เรียกว่า ใบรับรองคุณภาพน้ำมัน (COA) นั่นเองครับ วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังว่า ใบรับรองคุณภาพน้ำมัน (COA) บอกอะไรเราบ้าง และทำไมผู้ใช้งานเชื้อเพลิงอุตสาหกรรมถึงต้องให้ความสำคัญ
ใบรับรองคุณภาพน้ำมัน (COA) คืออะไร ทำไมผมถึงอยากให้คุณใส่ใจ
ใบรับรองคุณภาพน้ำมัน หรือ Certificate of Analysis (COA) คือเอกสารรับรองผลการทดสอบคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ของน้ำมันเชื้อเพลิงลอตนั้นๆ ที่ออกโดยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานครับ ผมขอเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า COA ก็เหมือนกับผลตรวจสุขภาพของน้ำมันที่จะบอกเราว่า เชื้อเพลิงที่เรากำลังจะจ่ายเงินซื้อมาใช้งานนั้น มีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับเครื่องจักรของเราแค่ไหน
หากเราไม่อ่านหรือวิเคราะห์ค่าในใบ COA เราอาจจะได้น้ำมันที่มีสิ่งเจือปนสูง หรือให้ค่าความร้อนไม่ตรงตามที่ระบบเผาไหม้ต้องการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของโรงงานคุณครับ
ค่าพารามิเตอร์สำคัญใน COA ที่ต้องตรวจสอบ
เวลาที่คุณได้รับใบ COA มา ผมแนะนำว่าให้โฟกัสไปที่พารามิเตอร์หลักๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบเครื่องจักร ดังนี้ครับ
ค่าความหนืด (Viscosity)
ความหนืดคือความข้นเหลวของน้ำมันครับ ถ้าน้ำมันมีความหนืดสูงเกินไป ปั๊มน้ำมันจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เชื้อเพลิงไหลไปสู่หัวเผา และเมื่อถึงหัวเผา การแตกตัวเป็นละอองก็จะทำได้ไม่ดี ทำให้เผาไหม้ไม่หมดจด เกิดเขม่าดำและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงครับ
ค่ากำมะถัน (Sulfur Content)
กำมะถันในน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อเกิดการเผาไหม้จะเปลี่ยนเป็นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หากมีปริมาณสูงเกินไป นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เมื่อรวมตัวกับความชื้นในระบบจะกลายเป็นกรดซัลฟิวริก กัดกร่อนปล่องควันและท่อโลหะต่างๆ ภายในบอยเลอร์ของคุณให้ผุกร่อนเร็วกว่ากำหนดครับ
ค่าจุดวาบไฟ (Flash Point)
จุดวาบไฟคืออุณหภูมิที่ต่ำที่สุดที่ทำให้น้ำมันระเหยเป็นไอและติดไฟได้เมื่อมีประกายไฟ ค่านี้มีความสำคัญมากในด้านความปลอดภัยครับ หากน้ำมันมีจุดวาบไฟต่ำเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บในถัง ผมขอแนะนำให้คุณตรวจสอบค่านี้ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัคคีภัยครับ
ค่าความร้อน (Heating Value)
นี่คือตัวชี้วัดความคุ้มค่าที่คุณจ่ายไปครับ ค่าความร้อนจะบอกให้เราทราบว่าน้ำมันปริมาณเท่านี้จะให้พลังงานความร้อนออกมาได้เท่าไหร่ ถ้าน้ำมันมีค่าความร้อนต่ำ คุณก็ต้องใช้ปริมาณน้ำมันมากขึ้นเพื่อให้ได้อุณหภูมิหรือแรงดันไอน้ำเท่าเดิม ซึ่งหมายถึงต้นทุนเชื้อเพลิงที่บานปลายครับ
ปริมาณน้ำและตะกอน (Water and Sediment)
น้ำและตะกอนที่ปะปนมากับน้ำมันคือศัตรูตัวฉกาจของระบบเผาไหม้ครับ หากใน COA ระบุปริมาณน้ำและตะกอนสูง มันจะเข้าไปอุดตันที่ไส้กรองและหัวเผา ทำให้เปลวไฟสะดุด เผาไหม้ไม่สม่ำเสมอ และอาจทำให้ระบบหยุดชะงักได้ครับ
ผลกระทบหากเราละเลยการตรวจสอบ COA
จากประสบการณ์ของผม การละเลยการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันส่งผลเสียหลายด้านครับ
- เครื่องจักรเสียหายก่อนเวลาอันควร จากการกัดกร่อนของกรดหรือการอุดตันของสิ่งสกปรก
- สิ้นเปลืองพลังงาน เพราะการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น
- เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งอาจทำให้โรงงานของคุณไม่ผ่านการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม
เช็กลิสต์การตรวจรับน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย COA
เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้ทันที ผมมีแนวทางง่ายๆ ในการตรวจรับน้ำมันเชื้อเพลิงมาฝากครับ
- ขอดูใบ COA ทุกครั้งก่อนรับน้ำมันเข้าถังเก็บของโรงงาน
- ตรวจสอบวันที่ออกเอกสาร ต้องเป็นเอกสารที่อ้างอิงถึงน้ำมันลอตที่กำลังจัดส่ง ไม่ใช่เอกสารเก่า
- เทียบค่าความหนืดและค่ากำมะถันว่าอยู่ในช่วงที่เครื่องจักรของคุณรองรับได้หรือไม่
- สังเกตค่าปริมาณน้ำและตะกอนว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำและปลอดภัยต่อหัวเผา
การทำความเข้าใจและตรวจสอบใบรับรองคุณภาพน้ำมัน (COA) อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนค่าซ่อมบำรุงและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้อย่างมากครับ หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาด้านเชื้อเพลิง ทาง ST SMART ENERGY ยินดีให้คำแนะนำครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com
