เคยสงสัยไหมครับว่า น้ำมันเตาที่เราสั่งซื้อเข้ามาใช้ในโรงงาน ได้คุณภาพตรงตามสเปกที่ตกลงไว้กับผู้ขายจริงหรือไม่ หลายครั้งเราอาจจะรับของมาแล้วใช้งานไปเลยจนเกิดปัญหาที่หน้าเตา ผมขอชวนคุณลองกลับมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสเปกน้ำมันเตากันครับ เพราะเชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลเสียต่อเครื่องจักรอย่างมากเลยครับ
ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำมันเตา
ผมขอบอกเลยครับว่า น้ำมันเตาที่มีสเปกผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น ไม่ได้ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นเพียงอย่างเดียวนะครับ แต่มันส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงระบบหัวเผา การเกิดเขม่าสะสมที่ผิดปกติ และอาจทำให้เครื่องจักรต้องหยุดชะงัก การตรวจสอบสเปกน้ำมันเตาให้มั่นใจว่าได้คุณภาพตรงตามจริง จึงเป็นปราการด่านแรกที่ช่วยปกป้องประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานครับ
แนวทางการตรวจสอบสเปกน้ำมันเตาที่คุณสามารถทำตามได้
ผมขอแนะนำขั้นตอนง่ายๆ ที่ทางผู้ดูแลระบบสามารถนำไปปรับใช้เมื่อมีการรับน้ำมันเตาเข้าโรงงานครับ
การตรวจสอบจากเอกสารรับรองผลการวิเคราะห์ (COA)
เมื่อรถขนส่งมาถึง สิ่งแรกที่ผมแนะนำให้ทำคือการเรียกดูเอกสาร Certificate of Analysis หรือ COA ครับ เอกสารนี้จะระบุผลการทดสอบคุณภาพของน้ำมันเตาล็อตนั้นๆ สิ่งที่คุณควรตรวจสอบคือตัวเลขพารามิเตอร์ต่างๆ ว่าตรงกับข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายหรือไม่ หากไม่มีเอกสารนี้มาด้วย เราก็ไม่ควรรับความเสี่ยงในการนำไปใช้งานครับ
การสังเกตลักษณะทางกายภาพหน้างาน
แม้เราจะไม่สามารถทดสอบค่าความร้อนด้วยตาเปล่าได้ แต่เราสามารถสังเกตลักษณะทั่วไปเบื้องต้นได้ครับ ผมแนะนำให้ลองดูสี ความหนืด และกลิ่น หากน้ำมันเตามีการแบ่งชั้นอย่างชัดเจน หรือมีตะกอนแปลกปลอมปะปนมาในปริมาณมาก นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจจะได้ของที่ไม่ได้คุณภาพ หรือมีการปนเปื้อนของน้ำในปริมาณสูงครับ
การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
วิธีที่ให้ความแม่นยำที่สุดและผมอยากแนะนำให้โรงงานทำเป็นประจำ คือการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำมันเตาจากรถขนส่งแต่ละคัน เพื่อส่งให้ห้องปฏิบัติการหรือแล็บที่ได้มาตรฐานช่วยวิเคราะห์ผลให้ครับ การมีผลวิเคราะห์จากหน่วยงานกลางมาเปรียบเทียบกับเอกสารของผู้ขาย จะช่วยให้เรารู้ความจริงว่าน้ำมันเตาที่เราจ่ายเงินซื้อไปนั้น ได้ตามสเปกที่ระบุไว้จริงหรือไม่ครับ
เช็กลิสต์ค่าพารามิเตอร์ที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
เพื่อให้คุณผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมได้สรุปค่าที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษมาให้ดังนี้ครับ
- ค่าความหนืด ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับหัวเผา หากหนืดเกินไปจะทำให้ระบบสูบฉีดและหัวเผาทำงานหนักครับ
- ค่าความร้อน เป็นตัวบ่งบอกว่าน้ำมันเตานั้นจะให้พลังงานได้คุ้มค่าแค่ไหน ค่านี้ยิ่งสูง ยิ่งดีต่อประสิทธิภาพการเผาไหม้ครับ
- ปริมาณน้ำและตะกอน หากมีน้ำผสมอยู่มาก จะทำให้ความร้อนตกลง เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และทำให้เครื่องจักรสึกหรอเร็วขึ้นครับ
- ปริมาณกำมะถัน เป็นค่าที่เราต้องคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้สร้างมลพิษเกินกำหนดเมื่อปล่อยออกสู่ระบบระบายอากาศครับ
การคัดกรองและการทดสอบอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญครับ หากเราใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้า เราก็จะลดปัญหาหน้างานลงได้มากเลยครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com
