ผู้ประกอบการโรงงานหลายท่านมักตั้งคำถามกับผมว่า หากเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทดแทน จะทำให้หัวเผาหรือบอยเลอร์ (Boiler) ที่มีมูลค่าสูงพังเร็วกว่าปกติหรือไม่ ความกังวลนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ เพราะการปรับเปลี่ยนปัจจัยหลักในการผลิตย่อมมีความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเราทำอย่างถูกวิธี เครื่องจักรของคุณจะยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจยืดอายุการใช้งานได้ด้วยครับ
ทำความเข้าใจคุณสมบัติของเชื้อเพลิงทดแทน
ก่อนอื่นเราต้องมองภาพรวมก่อนครับว่า เชื้อเพลิงทดแทน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ได้จากการรีไซเคิล หรือน้ำมันชีวภาพต่างๆ มีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีที่แตกต่างจากน้ำมันเตาแบบดั้งเดิม สิ่งที่ต่างกันมักจะเป็นเรื่องของค่าความหนืด (Viscosity) ค่าความร้อน (Heating Value) และปริมาณเถ้าหรือตะกอนที่หลงเหลือ ดังนั้นการนำเชื้อเพลิงทดแทนไปเติมลงในถังและเดินเครื่องทันทีโดยไม่ปรับตั้งค่าใดๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ผมแนะนำครับ เพราะความแตกต่างเหล่านี้แหละครับที่จะเข้าไปกระทบการทำงานของเครื่องจักรหากเราไม่เตรียมความพร้อม
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปรับแต่งระบบ
หากเราใช้เชื้อเพลิงทดแทนโดยไม่มีการตรวจเช็กหรือปรับจูนเครื่องจักรให้รองรับ อาการที่ผมพบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีดังนี้ครับ
- เกิดเขม่าควันดำและมลพิษสูง เนื่องจากค่าความหนืดที่เปลี่ยนไปทำให้การแตกตัวเป็นละออง (Atomization) ของเชื้อเพลิงไม่สมบูรณ์
- หัวฉีดหรือท่อทางเดินเชื้อเพลิงอุดตัน เพราะเชื้อเพลิงบางชนิดอาจมีตะกอนหรือความชื้นสะสมอยู่มากกว่าปกติ
- ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนลดลง เมื่อเขม่าไปเกาะตามท่อไฟในบอยเลอร์ จะทำหน้าที่เหมือนฉนวนกันความร้อน ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นครับ
แนวทางปรับตัวเมื่อเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทดแทน
เพื่อป้องกันปัญหาที่ผมกล่าวมาข้างต้น การเตรียมความพร้อมของระบบถือเป็นหัวใจสำคัญครับ ผมขอแนะนำขั้นตอนง่ายๆ ที่วิศวกรและช่างเทคนิคในโรงงานสามารถตรวจสอบได้ดังนี้ครับ
การอุ่นเชื้อเพลิง (Pre-heating) ก่อนเข้าหัวเผา
เชื้อเพลิงทดแทนบางชนิดต้องการอุณหภูมิในการอุ่นที่แตกต่างจากน้ำมันเตาทั่วไป เพื่อให้ได้ความหนืดที่เหมาะสมที่สุดก่อนฉีดเข้าหัวเผา การปรับตั้งฮีตเตอร์ (Heater) ให้ทำงานในอุณหภูมิที่พอดี จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการอุดตันและการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างตรงจุดครับ
การปรับจูนอัตราส่วนผสมเชื้อเพลิงและอากาศ
เนื่องจากค่าความร้อนของเชื้อเพลิงแต่ละลอตอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย การตั้งค่าปริมาณอากาศ (Air-Fuel Ratio) ที่เป่าเข้าไปผสมในห้องเผาไหม้จึงต้องสัมพันธ์กัน หากจูนได้พอดี เปลวไฟจะมีความเสถียร ไม่เกิดเขม่าดำ และได้ความร้อนเต็มประสิทธิภาพครับ
การดูแลรักษาระบบกรอง (Filtration)
ผมแนะนำให้โรงงานติดตั้งหรือหมั่นทำความสะอาดไส้กรองเชื้อเพลิง (Strainer) ให้บ่อยขึ้นในช่วงแรกของการเปลี่ยนชนิดน้ำมันครับ เพื่อป้องกันตะกอนหลุดรอดเข้าไปทำความเสียหายต่อปั๊มและหัวฉีด
ความคุ้มค่าที่ได้กลับมาในระยะยาว
เมื่อระบบเครื่องจักรได้รับการปรับแต่งอย่างเหมาะสมแล้ว การใช้เชื้อเพลิงทดแทนแทบจะไม่มีผลเสียต่อเครื่องจักรเลยครับ ในทางกลับกัน คุณจะได้ประโยชน์จากต้นทุนการผลิตที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นการสนับสนุนแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยของเสีย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรม หากคุณกำลังมองหาแนวทางลดต้นทุนพลังงานที่ยั่งยืน การเริ่มต้นปรับปรุงระบบเพื่อรองรับเชื้อเพลิงทดแทนคือการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com
