เคยสงสัยไหมครับว่าไส้กรองที่เพิ่งเปลี่ยนไปนั้น ถึงเวลาที่เหมาะสมจริง ๆ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนตามความรู้สึก? การไม่มีแผนหรือตาราง PM ระบบกรองที่ชัดเจน อาจทำให้โรงงานของคุณเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ทั้งจากการเปลี่ยนไส้กรองเร็วเกินไป หรือปล่อยให้ไส้กรองอุดตันจนสร้างความเสียหายแก่เครื่องจักรที่สำคัญครับ
ในฐานะที่ผมทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมมานาน ผมพบว่าหลายครั้งความเสียหายของเครื่องจักรราคาแพง มักมีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการละเลยการบำรุงรักษาระบบกรองครับ วันนี้ผมจึงอยากจะมาชวนทุกท่านวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) สำหรับระบบกรองและไส้กรองอย่างเป็นระบบกันครับ
ทำไมการวางแผน PM ระบบกรองจึงสำคัญกว่าที่คิด
การมองว่าไส้กรองเป็นเพียงอะไหล่สิ้นเปลืองที่นึกจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอาจนำมาซึ่งต้นทุนที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากครับ การวางแผนที่ดีส่งผลดีในหลายมิติ ดังนี้ครับ
ป้องกันความเสียหายต่อเนื่องของเครื่องจักร
เมื่อไส้กรองอุดตัน จะเกิดแรงดันตกคร่อม (Pressure Drop) สูงขึ้น ทำให้ปั๊มหรือเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อส่งของเหลวหรืออากาศให้ไหลผ่านไปได้ การทำงานหนักเกินกำลังเป็นเวลานานย่อมทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจเสียหายจนต้องหยุดการผลิตเพื่อซ่อมแซมครั้งใหญ่ได้เลยครับ
รักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และของไหลในระบบ
หน้าที่หลักของไส้กรองคือการดักจับสิ่งสกปรก หากไส้กรองเสื่อมสภาพหรืออุดตันจนถึงจุดที่วัสดุกรองทะลุ สิ่งปนเปื้อนที่ควรจะถูกดักจับไว้ก็จะหลุดรอดเข้าไปในระบบ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย หรือทำให้ของไหล เช่น น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันหล่อลื่น เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนดครับ
ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
แม้การวางแผน PM จะมีค่าใช้จ่ายด้านเวลาและกำลังคน แต่เมื่อเทียบกับค่าซ่อมเครื่องจักรที่เสียหาย ค่าเปลี่ยนถ่ายของไหลทั้งระบบ หรือต้นทุนจากการหยุดสายการผลิตแล้ว ถือว่าคุ้มค่ากว่าอย่างมหาศาลครับ การเปลี่ยนไส้กรองตามแผนที่เหมาะสมยังช่วยให้เราควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่าการรอซ่อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วยครับ
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการจัดทำตาราง PM ระบบกรอง
ตาราง PM ที่ดีไม่ใช่แค่การกำหนดว่า “จะเปลี่ยนทุก 3 เดือน” แต่ต้องพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงครับ เพราะโรงงานแต่ละแห่งมีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกัน ผมแนะนำให้พิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้เป็นหลักครับ
1. คำแนะนำจากผู้ผลิต (OEM Manual)
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดครับ คู่มือของผู้ผลิตเครื่องจักรหรือผู้ผลิตไส้กรองจะระบุชั่วโมงการทำงานหรือระยะเวลาที่แนะนำสำหรับการเปลี่ยนไส้กรอง เราควรยึดตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ตั้งต้นในการวางแผนครับ
2. สภาพแวดล้อมในการทำงาน
โรงงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก หรือมีกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดเศษวัสดุปนเปื้อนสูง ย่อมทำให้ไส้กรองอากาศหรือไส้กรองของเหลวอุดตันเร็วกว่าปกติ ในทางกลับกัน หากสภาพแวดล้อมสะอาดมาก ก็อาจยืดอายุการใช้งานของไส้กรองออกไปได้บ้างครับ
3. ลักษณะของของไหลที่ทำการกรอง
ชนิดและความหนืดของของไหล (เช่น น้ำ น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่น) รวมถึงปริมาณและขนาดของสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในของไหลนั้น ๆ ล้วนส่งผลต่ออายุของไส้กรองทั้งสิ้นครับ ของไหลที่มีความหนืดสูงหรือมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนมาก ย่อมทำให้ไส้กรองตันเร็วกว่า
4. การวัดค่าแรงดันตกคร่อม (Pressure Drop)
วิธีนี้เป็นวิธีที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากครับ ระบบกรองส่วนใหญ่มักมีการติดตั้งเกจวัดแรงดันก่อนและหลังไส้กรอง เมื่อไส้กรองเริ่มตัน ความดันด้านหลังไส้กรองจะลดลง ทำให้ค่าความแตกต่างของแรงดัน (Pressure Drop) สูงขึ้น เราสามารถกำหนดจุดที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองจากค่านี้ได้เลย ซึ่งจะสะท้อนสภาพการอุดตันที่แท้จริงได้ดีกว่าการนับชั่วโมงเพียงอย่างเดียว
ขั้นตอนการสร้างตาราง PM ฉบับใช้งานจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมขอสรุปเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีครับ
- รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน: สำรวจระบบกรองทั้งหมดในโรงงาน จดบันทึกประเภทไส้กรองที่ใช้ และหาข้อมูลอายุการใช้งานที่แนะนำจากคู่มือของผู้ผลิต
- กำหนดความถี่เบื้องต้น: นำข้อมูลจากคู่มือมาสร้างเป็นตาราง PM ตั้งต้น เช่น ไส้กรอง A เปลี่ยนทุก 500 ชั่วโมงการทำงาน, ไส้กรอง B เปลี่ยนทุก 3 เดือน
- ติดตั้งเครื่องมือวัดและจดบันทึก: หากเป็นไปได้ ควรติดตั้งเกจวัดแรงดันเพื่อดูค่า Pressure Drop และให้ทีมซ่อมบำรุงจดบันทึกค่าที่อ่านได้เป็นประจำ รวมถึงบันทึกสภาพของไส้กรองเก่าทุกครั้งที่เปลี่ยน
- วิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงแผน: หลังจากทำตามแผนไประยะหนึ่ง ให้นำข้อมูลที่จดบันทึกไว้มาวิเคราะห์ครับ หากพบว่าไส้กรองตันก่อนกำหนดเสมอ อาจต้องปรับลดรอบเวลาการเปลี่ยนให้สั้นลง แต่ถ้าพบว่าเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแล้วสภาพไส้กรองยังดีและค่า Pressure Drop ยังต่ำ ก็อาจพิจารณายืดระยะเวลาออกไปเพื่อลดต้นทุนได้ครับ
หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจากการบำรุงรักษาตามความรู้สึก มาเป็นการบำรุงรักษาโดยใช้ข้อมูลจริงครับ การมีตาราง PM ที่เหมาะสมกับสภาพการทำงานของโรงงานเราโดยเฉพาะ จะช่วยลดความเสี่ยง ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com