เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมสีของเปลวไฟถึงเปลี่ยนไป หรือทำไมบางครั้งถึงมีควันดำออกมาจากปล่องมากผิดปกติ? คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในวงการอุตสาหกรรมครับ ในฐานะที่ผมทำงานกับเรื่องพลังงานและเชื้อเพลิงมานาน ผมจึงอยากรวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับน้ำมันเตาและการเผาไหม้ มาตอบให้ทุกท่านได้เข้าใจหลักการทำงานและวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นกันครับ
น้ำมันเตาแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร และควรเลือกให้เหมาะกับเครื่องจักรแบบไหนครับ
คำถามนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากครับ เพราะการเลือกชนิดน้ำมันเตาที่ถูกต้อง ก็เหมือนกับการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกนั่นเองครับ
โดยทั่วไปแล้ว น้ำมันเตาจะถูกแบ่งตามความหนืดและความถ่วงจำเพาะครับ ยิ่งเบอร์สูง ความหนืดก็จะยิ่งมากตามไปด้วย
น้ำมันเตา A (น้ำมันเตาชนิดที่ 1 หรือเกรด A)
ตัวนี้จะมีความหนืดน้อยที่สุด ใสที่สุด และเผาไหม้ได้สะอาดเกือบสมบูรณ์ครับ เหมาะกับเตาเผาหรือหม้อไอน้ำขนาดเล็กที่ต้องการความสะอาดของเปลวไฟสูง และมีหัวฉีดที่ไม่ทนทานต่อการอุดตันมากนักครับ
น้ำมันเตา C (น้ำมันเตาชนิดที่ 2 หรือเกรด C)
นี่คือชนิดที่นิยมใช้กันแพร่หลายที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรมครับ มีความหนืดสูงกว่าเกรด A และให้ค่าความร้อนที่สูงในราคาที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับหม้อไอน้ำขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีระบบอุ่นน้ำมัน (Heater) ที่เหมาะสม เพื่อลดความหนืดของน้ำมันลงก่อนฉีดเข้าห้องเผาไหม้ครับ หากไม่อุ่นให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ การเผาไหม้ก็จะไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นเขม่าและควันดำตามมาได้
ดังนั้น การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับประเภทของหัวเผาและขนาดของหม้อไอน้ำเป็นหลักครับ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือชนิดน้ำมันให้ตรงกับสเปกเครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ
ทำไมการเผาไหม้ถึงไม่สมบูรณ์ เกิดควันดำ และจะแก้ไขได้อย่างไรครับ
ปัญหาควันดำและการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เป็นเหมือนเงาตามตัวของโรงงานที่ใช้หม้อไอน้ำเลยครับ สาเหตุหลักๆ มาจากสัดส่วนระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงที่ไม่พอดีกันครับ
ผมขออธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับ การเผาไหม้ที่สมบูรณ์เปรียบเหมือนการทำอาหารที่ต้องใช้ส่วนผสมในปริมาณที่พอเหมาะพอดี หากส่วนผสมขาดหรือเกินไป รสชาติก็ย่อมไม่อร่อยจริงไหมครับ
สาเหตุหลักของการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
- อากาศน้อยเกินไป: เมื่ออากาศ (ออกซิเจน) ไม่เพียงพอที่จะทำปฏิกิริยากับเชื้อเพลิง จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และเขม่า (ควันดำ) จำนวนมากครับ
- อากาศมากเกินไป: แม้จะไม่มีควันดำ แต่การให้อากาศเข้าไปมากเกินความจำเป็น ก็จะไปลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ ทำให้ความร้อนที่ควรจะส่งผ่านไปยังน้ำในหม้อไอน้ำสูญเสียไปกับอากาศร้อนที่ถูกปล่อยทิ้งทางปล่องครับ ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ
- การฉีดฝอยน้ำมันไม่ดี: หากหัวฉีดอุดตันหรือแรงดันไม่เหมาะสม น้ำมันจะไม่เป็นฝอยละเอียด ทำให้ผสมกับอากาศได้ไม่ดี การเผาไหม้จึงไม่มีประสิทธิภาพครับ
แนวทางการแก้ไขเบื้องต้น
- ปรับตั้งสัดส่วนอากาศกับเชื้อเพลิง (Air-Fuel Ratio): ควรมีการตรวจสอบและปรับตั้งค่านี้อย่างสม่ำเสมอ โดยสังเกตสีของเปลวไฟและควันที่ออกจากปล่อง หรือถ้าให้ดีที่สุดคือการใช้เครื่องมือวัดปริมาณออกซิเจนในไอเสียครับ
- ทำความสะอาดหัวฉีด: ตรวจสอบและล้างหัวฉีดตามรอบการบำรุงรักษา เพื่อให้น้ำมันถูกฉีดเป็นฝอยละเอียดสม่ำเสมอ
- ตรวจสอบระบบอุ่นน้ำมัน: สำหรับน้ำมันเตาชนิดหนืด ต้องแน่ใจว่าระบบอุ่นทำงานได้ตามปกติ เพื่อให้น้ำมันมีความหนืดเหมาะสมก่อนเข้าสู่หัวฉีดครับ
เปลวไฟสีแบบไหนที่บอกว่าการเผาไหม้มีประสิทธิภาพครับ
การสังเกตสีของเปลวไฟเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการประเมินประสิทธิภาพการเผาไหม้เบื้องต้นครับ
- เปลวไฟสีเหลืองส้มสว่าง: เป็นสัญญาณที่ดีครับ บ่งบอกว่าการเผาไหม้ค่อนข้างสมบูรณ์ มีสัดส่วนอากาศและเชื้อเพลิงที่เหมาะสม
- เปลวไฟสีแดงเข้ม มีควันปะปน: เป็นสัญญาณว่าอากาศอาจจะน้อยเกินไป ทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิดเขม่ามาก
- เปลวไฟสั้นและมีสีเกือบขาว: อาจหมายถึงมีอากาศมากเกินไป ทำให้เปลวไฟร้อนจัดแต่ก็สูญเสียความร้อนออกทางปล่องไปมากเช่นกันครับ
การปรับจูนให้ได้เปลวไฟสีเหลืองส้มสว่างและไม่มีควันดำ คือเป้าหมายสำคัญในการควบคุมการเผาไหม้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดเชื้อเพลิงได้มากที่สุดครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com