ปัญหาที่ชวนปวดหัวที่สุดอย่างหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรมสำหรับพี่น้องวิศวกรและช่างเทคนิค คืออาการ “หัวเผาติดยาก” หรือสตาร์ทไม่ติด ทั้งที่ระบบอื่น ๆ ดูเหมือนจะพร้อมทำงานแล้ว ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก แต่ยังสร้างความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยและการสิ้นเปลืองพลังงานอีกด้วยครับ จากประสบการณ์ของผมที่คลุกคลีอยู่กับระบบพลังงานและความร้อนมาอย่างยาวนาน อาการหัวเผาเกเรมักจะมีจำเลยวนเวียนอยู่ไม่กี่จุด ผมจึงขอสรุป 9 สาเหตุยอดฮิต พร้อมแนวทางการตรวจเช็กและแก้ไข เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้หน้างานได้ทันทีครับ
ระบบเชื้อเพลิงและการจุดระเบิด: หัวใจสำคัญของการเริ่มต้น
กลุ่มสาเหตุแรกที่เราต้องเพ่งเล็งเป็นพิเศษคือระบบส่งเชื้อเพลิงและระบบสร้างประกายไฟครับ เพราะหากไม่มีเชื้อเพลิงที่เหมาะสมหรือประกายไฟที่แรงพอ การเผาไหม้ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ครับ
1. หัวฉีดเชื้อเพลิง (Nozzle) อุดตันหรือสึกหรอ
หัวฉีดเปรียบเสมือนประตูบานสุดท้ายก่อนที่น้ำมันจะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ หากมีการอุดตันจากคราบเขม่าหรือตะกอนน้ำมัน รูปแบบการฉีดฝอย (Spray Pattern) จะผิดเพี้ยนไป ทำให้จุดติดไฟยากครับ ผมแนะนำให้คุณถอดหัวฉีดออกมาตรวจสอบความสะอาด หรือหากใช้งานมานานจนรูหัวฉีดสึกหรอ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนดครับ
2. แรงดันปั๊มเชื้อเพลิงไม่คงที่
แรงดันเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดละอองฝอยที่ละเอียดพอจะติดไฟได้ครับ หากปั๊มเชื้อเพลิงทำงานบกพร่อง แรงดันตก หรือกรองน้ำมันตันจนน้ำมันไหลไม่สะดวก การจุดระเบิดก็จะล้มเหลว ลองตรวจสอบเกจวัดแรงดันขณะสตาร์ทดูครับว่าได้ตามค่ามาตรฐานของสเปกเครื่องหรือไม่
3. ระยะห่างเขี้ยวสปาร์ค (Electrodes) คลาดเคลื่อน
เขี้ยวสปาร์คทำหน้าที่สร้างประกายไฟเพื่อจุดชนวนเชื้อเพลิง หากระยะห่างระหว่างเขี้ยวมากเกินไป ไฟอาจจะไม่กระโดดข้าม หรือหากใกล้กับหัวฉีดเกินไป ประกายไฟอาจจะลัดวงจรลงกราวด์ได้ครับ การตั้งระยะเขี้ยวสปาร์คต้องแม่นยำตามคู่มือของหัวเผารุ่นนั้น ๆ ครับ
4. หม้อแปลงจุดระเบิด (Ignition Transformer) เสื่อมสภาพ
แม้เขี้ยวสปาร์คจะตั้งระยะถูก แต่ถ้า “แรงส่ง” จากหม้อแปลงไม่พอ ประกายไฟที่ได้ก็จะอ่อนเกินกว่าจะจุดติดน้ำมันหนืด ๆ ได้ครับ หากคุณตรวจสอบระยะเขี้ยวแล้วปกติ แต่ไฟยังไม่ออก หรือออกแต่ไม่แรง อาจถึงเวลาต้องตรวจสอบสภาพหม้อแปลงหรือสายไฟแรงสูงว่ามีการรั่วไหลหรือไม่ครับ
ระบบอากาศและการควบคุม: ปัจจัยเสริมที่ขาดไม่ได้
นอกจากเชื้อเพลิงและไฟแล้ว “อากาศ” และ “ระบบเซนเซอร์” ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันครับ หลายครั้งที่หัวเผาติดยากเพราะสาเหตุเหล่านี้ครับ
5. อัตราส่วนอากาศและเชื้อเพลิงไม่สมดุล
การเผาไหม้ต้องการออกซิเจนในปริมาณที่พอดีครับ หากลิ้นปรับลม (Damper) เปิดกว้างเกินไป ลมที่แรงจะเป่าเปลวไฟให้ดับ (Blow off) หรือทำให้ส่วนผสมบางเกินไปจนจุดไม่ติด ในทางกลับกัน หากลมน้อยเกินไป ก็จะเกิดเขม่าและจุดติดยากเช่นกัน ผมแนะนำให้เริ่มปรับตั้งลิ้นลมให้อยู่ในตำแหน่งจุดระเบิด (Ignition Position) ที่เหมาะสมครับ
6. แผ่นบังลม (Diffuser) หรือพัดลมสกปรก
แผ่นบังลมทำหน้าที่จัดระเบียบทิศทางลมให้ผสมกับเชื้อเพลิงได้ดี หากมีคราบเขม่าจับหนา หรือใบพัดลมโบลเวอร์มีฝุ่นเกาะจนรอบหมุนตก ปริมาณลมที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้จะผิดเพี้ยนไป ส่งผลให้การจุดระเบิดขาดความเสถียรครับ การทำความสะอาดตามรอบบำรุงรักษาช่วยแก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ ครับ
7. เซนเซอร์ตรวจจับเปลวไฟ (Photocell/UV Sensor) สกปรก
ระบบหัวเผาสมัยใหม่มีความปลอดภัยสูง หากกล่องควบคุมสั่งจุดระเบิดแล้ว แต่เซนเซอร์ “มองไม่เห็น” เปลวไฟ (อาจเพราะหน้าเลนส์สกปรกหรือเซนเซอร์เสีย) กล่องควบคุมจะสั่งตัดการทำงานทันที (Lockout) เพื่อความปลอดภัยครับ ลองเช็ดทำความสะอาดหน้าเลนส์ของ Photocell ดูเป็นอันดับแรกครับ
ปัจจัยภายนอกและคุณภาพเชื้อเพลิง
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องจักร แต่อยู่ที่ปัจจัยแวดล้อมที่เรามองข้ามไปครับ
8. ปล่องระบายควันอุดตันหรือมีแรงดันย้อนกลับ
หากทางออกของไอเสียไม่สะดวก หรือมีลมพายุพัดย้อนลงมาทางปล่อง (Backdraft) แรงดันในห้องเผาไหม้จะสูงผิดปกติ ทำให้หัวเผาจุดระเบิดสู้แรงดันไม่ได้ครับ ควรตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งกีดขวางที่ปลายปล่องและระบบระบายอากาศทำงานปกติครับ
9. คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้มาตรฐาน
ข้อนี้สำคัญมากและผมพบบ่อยมากครับ หากน้ำมันเตาหรือเชื้อเพลิงที่ใช้มีความหนืดสูงเกินไป มีน้ำปนเปื้อน หรือมีตะกอนมาก จะทำให้การฉีดฝอยเป็นเรื่องยากและหัวฉีดตันไว การเลือกใช้เชื้อเพลิงคุณภาพดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จะช่วยลดปัญหาหัวเผาติดยากไปได้กว่าครึ่งครับ
การดูแลรักษาหัวเผาให้พร้อมใช้งานเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยลดเวลา Downtime แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวครับ หากคุณลองตรวจสอบเบื้องต้นตามรายการข้างต้นแล้วยังพบปัญหา หรือต้องการเชื้อเพลิงคุณภาพสูงเพื่อถนอมหัวเผาของคุณ ผมยินดีให้คำปรึกษาครับ
เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com