Our Blogs

เลือกถังเก็บน้ำมันให้เหมาะกับการใช้งานและปริมาณสต็อก: บทเรียนจากหน้างานจริง

เลือกถังเก็บน้ำมันให้เหมาะกับการใช้งานและปริมาณสต็อก: บทเรียนจากหน้างานจริง

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางโรงงานถึงเจอปัญหารถน้ำมันมาส่งแล้วลงของไม่ได้ หรือต้องสั่งน้ำมันบ่อยเกินความจำเป็นจนเสียเวลาทำงาน ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากคุณภาพน้ำมัน แต่เกิดจาก “ขนาดและรูปแบบถังเก็บ” ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริงครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้เข้าไปดูหน้างานมาหลายสิบปี ผมพบว่าการเลือกถังเก็บน้ำมันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ วันนี้ผมจึงอยากมาแชร์หลักคิดแบบ “เคสจริง” เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ในการเลือกถังเก็บน้ำมันให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ

ปริมาณการใช้งานกับขนาดถังที่เหมาะสม

เรื่องแรกที่ผมมักจะชวนคุยเสมอเมื่อไปดูหน้างานคือ “ความจุ” ครับ หลายท่านมักคำนวณขนาดถังจากปริมาณการใช้น้ำมันต่อวันเพียงอย่างเดียว เช่น ใช้เดือนละ 30,000 ลิตร ก็คิดว่าถัง 10,000 ลิตรน่าจะพอหมุนเวียน แต่ในทางปฏิบัติจริง เราต้องคำนึงถึง “โลจิสติกส์” หรือการขนส่งด้วยครับ

ทำไมต้องเผื่อขนาดถังมากกว่ายอดการใช้

ผมขออธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ครับ โดยปกติรถขนส่งน้ำมันขนาดมาตรฐานจะมีปริมาณการบรรทุกที่คุ้มค่าต่อเที่ยวอยู่ หากคุณสั่งน้ำมันเต็มคันรถเพื่อให้ได้ราคาต้นทุนต่อลิตรที่ถูกลง คุณจำเป็นต้องมีถังที่รับน้ำมันจำนวนนั้นได้ทั้งหมดในคราวเดียว และต้องยังมี “พื้นที่ว่าง” เหลือพอเพื่อความปลอดภัย (Ullage space) ไม่ให้น้ำมันล้น

  • กรณีตัวอย่าง: หากรถส่งน้ำมันหนึ่งเที่ยวบรรทุกมา 15,000 ลิตร แต่ถังของคุณจุได้เพียง 15,000 ลิตรพอดี คุณจะไม่สามารถรอให้น้ำมันหมดเกลี้ยงถังแล้วค่อยเติมได้ เพราะต้องมีน้ำมันสำรองเลี้ยงระบบ (Dead Stock) ดังนั้น ถ้าคุณมีถังขนาดพอดีเกินไป คุณอาจจะเติมน้ำมันได้ไม่เต็มเที่ยวรถ ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสในการต่อรองราคาหรือเพิ่มค่าขนส่งโดยไม่จำเป็นครับ
  • คำแนะนำของผม: ผมแนะนำให้เลือกขนาดถังที่ใหญ่กว่าปริมาณการจัดส่งต่อเที่ยวอย่างน้อย 20-30% ครับ เพื่อให้คุณสามารถรับน้ำมันล็อตใหม่ได้ในขณะที่ยังมีน้ำมันสำรองก้นถังเหลืออยู่ โดยไม่ต้องเสี่ยงเรื่องน้ำมันขาดช่วง

รูปแบบถังและการจัดวางในพื้นที่จำกัด

หลังจากได้ขนาดความจุแล้ว เรื่องต่อมาคือ “รูปทรง” ครับ ซึ่งตรงนี้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของโรงงานคุณเป็นหลัก โดยทั่วไปเราจะเจอกับถังสองรูปแบบหลัก ๆ คือ ถังแนวตั้งและถังแนวนอน ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกันครับ

ถังทรงแนวตั้ง (Vertical Tank)

หากโรงงานของคุณมีพื้นที่จำกัด แต่ต้องการความจุเยอะ ๆ ถังแนวตั้งคือคำตอบครับ ถังลักษณะนี้ใช้พื้นที่ฐานรากน้อยแต่เก็บปริมาณน้ำมันได้มาก ข้อดีอีกอย่างที่ผมชอบคือ แรงกดของน้ำมันในแนวตั้งช่วยให้การจ่ายน้ำมันไปสู่หัวเผาหรือปั๊มมีแรงดันสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง แต่ข้อควรระวังคือการดูแลรักษาความสะอาดก้นถังที่อาจจะทำได้ยากกว่าหากไม่มีระบบเดรนที่ดีครับ

ถังทรงแนวนอน (Horizontal Tank)

สำหรับโรงงานที่มีพื้นที่กว้างขวาง ถังแนวนอนเป็นตัวเลือกที่ดูแลง่ายครับ การตรวจสอบสภาพถัง การวัดระดับน้ำมัน หรือการเดรนตะกอนน้ำและสิ่งสกปรกออกจากก้นถังมักทำได้สะดวกกว่า ซึ่งตรงนี้สำคัญมากสำหรับน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่อาจมีตะกอนสะสมเมื่อเก็บไว้นาน ๆ การที่ช่างของคุณสามารถเข้าถึงจุดเดรนได้ง่าย จะช่วยยืดอายุหัวเผาและลดปัญหาการอุดตันได้มากครับ

ความปลอดภัยและระบบสนับสนุนที่ขาดไม่ได้

การมีถังน้ำมันไม่ได้หมายความว่าวางถังเหล็กใบเดียวแล้วจบนะครับ จากที่ผมเห็นเคสหน้างานจริงมา สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาบ่อยครั้งไม่ใช่ตัวถังรั่ว แต่เป็นระบบความปลอดภัยรอบข้างที่ไม่พร้อมครับ

ผมขอเน้นย้ำเรื่อง “เขื่อนกั้นน้ำมัน” (Bund Wall) หรือบ่อกักเก็บรองรับ หากเกิดเหตุสุดวิสัยถังรั่วหรือวาล์วแตก น้ำมันจะต้องไม่ไหลนองออกไปสู่รางระบายน้ำสาธารณะหรือพื้นดินครับ เขื่อนนี้ควรจะรองรับปริมาณน้ำมันได้มากกว่าความจุของถัง (ตามหลักวิศวกรรมความปลอดภัยทั่วไปมักแนะนำที่ 110% ของความจุถังใหญ่สุด) นอกจากนี้ ระบบท่อหายใจ (Vent) ก็ต้องสัมพันธ์กับอัตราการสูบถ่าย เพื่อไม่ให้ถังเกิดสุญญากาศจนบุบเสียหายขณะจ่ายน้ำมันออก หรือเกิดแรงดันสูงเกินไปขณะเติมน้ำมันเข้าครับ

การเลือกถังเก็บน้ำมันที่ถูกต้อง ไม่ใช่การซื้อเผื่อเหลือเผื่อขาดแบบไม่มีหลักการ แต่คือการมองภาพรวมตั้งแต่วันที่รถน้ำมันเข้ามาส่ง จนถึงวันที่น้ำมันถูกจ่ายเข้าสู่ระบบเผาไหม้ครับ หากคุณวางแผนตรงนี้ได้ดี คุณจะประหยัดทั้งค่าขนส่ง ลดความเสี่ยงสินค้าขาดสต็อก และที่สำคัญคือมีความปลอดภัยในการทำงานครับ

เชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงงานของคุณ ปรึกษาฟรี โทร 095-926-9984 | 02-922-2270 | st.smartenergy@gmail.com

บทความล่าสุด

หัวเผาติดยาก แก้ไขอย่างไร? เจาะลึก 9 สาเหตุยอดฮิตและวิธีจัดการแบบมืออาชีพ

หัวเผาติดยากเกิดจากอะไร ผมรวบรวม 9 สาเหตุยอดฮิต ทั้งระบบเชื้อเพลิง ไฟ และอากาศ พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นเพื่อให้ระบบเผาไหม้กลับมาทำงานได้ทันทีครับ

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคการวางแผน PM ระบบเชื้อเพลิง รายเดือนและรายไตรมาส เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

แนะนำวิธีวางแผน PM ระบบเชื้อเพลิงแบบรายเดือนและรายไตรมาส เพื่อป้องกันเครื่องจักรขัดข้อง ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคดูแล Boiler ให้ประหยัดเชื้อเพลิง ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ 5–15% ครับ

เทคนิคการดูแล Boiler เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและประหยัดต้นทุน 5–15% ด้วยวิธีบำรุงรักษาที่ถูกต้อง การจัดการตะกรัน และการปรับตั้งค่าการเผาไหม้ครับ

อ่านเพิ่มเติม

ข้อมูลติดต่อ

บริษัท เอส ที สมาร์ท เอ็นเนอร์ยี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 100/268 หมู่ 3 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 02-922-2270 หรือ 085-048-8181